บำรุงมือและเล็บด้วย มะนาว

Posted by admin on February 20, 2012

หากคุณสาว ๆ กลัวว่าการทำเล็บหรือทาเล็บบ่อย ๆ จะทำให้เล็บอ่อนแอ เปราะบาง ฉีกง่าย เรามีสูตรบำรุงมือและเล็บพร้อมกับผิวที่เนียนนุ่มมาเสิร์ฟกันค่ะ

ขั้นแรกก็แค่เตรียมน้ำอุ่นแล้วแช่มือลงไปประมาณ 2-3 นาที ซับมือให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่ม ๆ จากนั้นนำมะนาวครึ่งผลมาถูให้ทั่วทั้งเล็บและนิ้วแบบเบามือ ถูไปเรื่อย ๆ จนทั่ว แม้น้ำมะนาวหมดก็ให้ขัดถูต่อไปสักพัก และทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำอุ่นกับสบู่เด็กจนสะอาด และซับให้แห้งอีกครั้ง

วิตามินและสารบำรุงผิวในผลและผิวมะนาว จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เล็บ และขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก เผยให้เห็นผิวที่กระจ่างใส แต่ไม่ควรทำในช่วงที่เล็บหรือนิ้วมีบาดแผล เพราะจะทำให้เกิดการแสบจากฤทธิ์ของน้ำมะนาวได้ค่ะ

Categories: Uncategorized
20Feb

อาการชา…บอกอะไรได้บ้าง

Posted by admin on January 30, 2012

มือชา

เคยเป็นกันไหม? จู่ ๆ มือไม้ขาแข้งก็เกิดอาการชาขึ้นมาดื้อ ๆ ลองไปตรวจสอบอาการชาต่อไปนี้กัน เผื่อว่าคุณกำลังเป็นโรคอะไรอยู่

อาการชาที่นิ้วชี้ กลาง และนาง

เพราะใช้หรือออกแรงมือมาก จนเกิดพังผืดข้อมือทับเส้นประสาท พบมากในผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์บ่อย คนที่เล่นกีฬาประเภทกอล์ฟ เทนนิส และแบดมินตัน

อาการชาที่นิ้วก้อย

เกิดจากเส้นประสาทบริเวณรักแร้ที่ยาวไปถึงนิ้วก้อย สาเหตุจากงอและเกร็งข้อศอกเพื่อถือหูโทรศัพท์เป็นเวลานาน

อาการชาที่ต้นขาและรู้สึกปวดแสบปวดร้อน

เป็นเพราะมีน้ำหนักตัวมาก หรือไม่ก็ชอบรัดเข็มขัดแน่นจนเกินพอดี ส่งผลให้เส้นประสาททำงานลำบาก เนื่องจากถูกอัดแน่นติดกับไขมัน

อาการชาที่ขาและข้อพับ

จากการนั่งพับเพียบหรือนั่งไขว้ขวานาน ทำให้เท้าตก ยกเท้าไม่ขึ้น เพราะเส้นประสาทถูกกดทับไว้กับพื้นและเข่า ชาที่ต้นขาและไปที่เข่า จะเกิดกับผู้หญิงที่สวมรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน ทำให้ปลายเท้าและปลายนิ้วถูกกดทับจนเส้นประสาทอักเสบ

อาการชาที่เริ่มเกิดขึ้นจากปลายเท้า ฝ่าเท้า ปลายนิ้ว ลามขึ้นไปที่ข้อเท้า เข่า และลำตัว

เป็นอาการที่เกิดกับนักดื่มคอทองแดง เนื่องจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จะเข้าไปทำลายเส้นประสาทให้เสียหายหลายเส้น

เพราะฉะนั้นหากไม่อยากให้ร่างกายเกิดอาการชา จนกระทบการใช้ชีวิตก็ควรหลีกเลี่ยงท่าทางที่ เป็นต้นเหตุเหล่านี้เสีย

Categories: Uncategorized
30Jan

ออกกำลังกายอย่างไรไม่เพลีย

Posted by admin on January 18, 2012

โชคดีที่อาการอ่อนเพลียเหล่านี้ป้องกันได้ เพียงปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังออกกำลังกาย ดังนี้ค่ะ

Before ควรยืดเส้นยืดสายก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง เช่น เดินอยู่กับที่ ยืนบิดเอว หรือหมุนหัวไหล่ ประมาณ 5-10 นาที เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อ ป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น

During เริ่มจากออกกำลังกายเบาๆ ใช้เวลาสั้น จากนั้นจึงทำมากขึ้นทีละน้อย เช่น เดิน 15 นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะทางและเวลาเดินในครั้งต่อไป

After อย่าหยุดออกกำลังกายกะทันหัน โดยเฉพาะในการออกกำลังกายประเภทใช้แรงมาก เนื่องจากจะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน อาจเกิดอาการหน้ามืด หมดแรง และเป็นลมหมดสติ

ควรคูลดาวน์หลังออกกำลังกายด้วยการเดินหรือวิ่งช้าๆ เพื่อปรับร่างกายสู่สภาพปกติ แล้วดื่มน้ำอาร์ซีปิดท้าย เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำระหว่างออกกำลังกาย และช่วยขจัดอาการอ่อนเพลีย

ต่อไป จะได้หมดข้ออ้างในการออกกำลังกายไงคะ

Categories: Uncategorized
18Jan

Test ภาษาไทย

Posted by admin on December 28, 2011

ยินดีต้อนรับ

Categories: Uncategorized
28Dec